มีเวลาทำงานมาก ไม่ได้หมายความว่าทำงานได้ดี
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หลายคนมักคิดว่า หากมีเวลาทำงานมากขึ้น
งานย่อมออกมาดีขึ้นและได้ปริมาณที่เพิ่มขึ้น แต่จริงๆแล้ว ไม่แน่เสมอไป
บริษัทส่วนใหญ่มักกำหนดเวลาทำงาน
ตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนถึง 5 โมงเย็น
เคยมีบริษัทแห่งหนึ่ง อยากให้พนักงานทำงานให้บริษัทมากขึ้น เลยกำหนดเวลาใหม่
ให้พนักงานเข้าทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า จนถึง 6 โมงเย็น (เพิ่มขึ้นอีก 2 ชั่วโมง)
ผลออกมาเป็นอย่างไร? ปรากฏว่า บริษัทแห่งนั้น
มีผลงานน้อยกว่าเดิม เนื่องมาจากอะไร?
เนื่องมาจากพนักงานส่วนใหญ่ แทนที่จะมาถึงแล้วเริ่มต้นทำงานเลย
กลับใช้เวลาในช่วงเช้าในการอ่านหนังสือพิมพ์ กินกาแฟสักแก้ว คุยกัน นินทากัน
กว่าจะเริ่มทำงานจริงๆ ก็เป็นเวลา 9 โมงเช้า เท่าเดิม
สำหรับช่วงบ่าย
ช่วงพักรับประทานอาหาร ก็ไปเดินเที่ยวห้าง ซื้อของ
กว่าจะกลับมาที่โต๊ะทำงานก็ช้าไปอีกคนละเกือบ 5-10 นาที แล้วจึงเริ่มทำงาน พอ 5 โมงเย็น
เริ่มที่จะจับกลุ่มคุยกัน วิจารณ์การเมือง พูดคุยกันเรื่องละคร ข่าวต่างๆ
เหตุเพราะพนักงานส่วนใหญ่คิดว่า ต้องทำงานมากขึ้น 2 ชั่วโมง
จึงอยากที่จะพักผ่อนบ้าง
เหตุนี้จึงทำให้ปริมาณงานที่ทำไม่เพิ่มขึ้นและงานออกมาไม่ดีขึ้น
ที่นี่
เรื่องเป็นอย่างไรต่อ ผู้บริหารเริ่มสังเกตและมองเห็นเหตุการณ์ จึงมานั่งประชุม
แล้วจึงสรุปว่า ให้พนักงานทุกๆคนกลับไปใช้ช่วงเวลาในการทำงานดังเดิม คือ ตั้งแต่ 9
โมงเช้า จนถึง 5 โมงเย็น แต่ขอให้ทำงานอย่างเต็มที่
ผลปรากฏว่า ปริมาณงานมากขึ้นและงานออกมาดีขึ้นกว่าการทำงานในช่วงเวลา ตั้งแต่ 8
โมงเช้า จนถึง 6 โมงเย็น เพราะพนักงานมีความรู้สึกต้องทุ่มเทให้กับงานมากขึ้น
ฉะนั้น
การมีเวลาทำงานมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่า
งานนั้นจะออกมาดีหรือมีผลงานมากขึ้นเสมอไป 1 ชั่วโมงที่มีอยู่ของแต่ละคน บางคนอาจใช้อย่างคุ้มค่า
แต่สำหรับบางคนก็มักจะปล่อยเวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า
เวลาเป็นเงินเป็นทอง
หากว่าพวกเราลองสมมุติว่า 1 ชั่วโมง
เรามีค่าเป็นเงิน 2,000 บาท เราคงไม่ปล่อยช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ของเราไปกับ การนั่งคุยกัน นั่งนินทากัน แต่เราจะใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเราจะเลือกทำงานชิ้นสำคัญที่สุดก่อน
สำหรับการจะใช้เวลาทำงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพนั้น
เราควรเลือกใช้เวลากับกิจกรรมหรืองานที่มีคุณค่าสูงอยู่เสมอ เช่น หากคุณเป็นนักขาย
งานที่คุณค่าสูงของคุณ ก็คือการ ขายสินค้า , การโทรศัพท์ติดต่อลูกค้า , นำเสนอขาย
, การกรอกข้อมูลรายงานการขายสินค้า เป็นต้น ดังนั้น
คุณต้องใช้เวลาไปกับสิ่งเหล่านี้ให้มากกว่า การใช้เวลาพูดคุยกันกับเพื่อน
แทนที่จะเป็นการพูดคุยกันกับลูกค้า , คุณควรใช้เวลาในการโทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้า
มากกว่า พูดคุยโทรศัพท์เรื่องส่วนตัว ฯลฯ
การควบคุมการใช้เวลาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ถ้าจะให้ดีคุณควรจัดทำแบบบันทึกปริมาณการทำงานของคุณไว้ด้วยยิ่งจะทำให้คุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เช่น หากคุณเป็นนักขาย คุณควรกำหนดรายละเอียดลงไปภายในแบบบันทึกปริมาณการทำงานของคุณ
ว่าคุณมีเป้าหมายในการโทรศัพท์ไปหาลูกค้ากี่ราย และ โทรศัพท์ไปหาลูกค้าจริงๆ
กี่ราย ,
เป้าหมายการไปพบเพื่อนำเสนอขายสินค้า สัปดาห์หนึ่งกี่คน แล้วคุณทำได้กี่คน
เป็นต้น สำหรับแบบบันทึกปริมาณการทำงานคุณอาจต้องทำเป็น รายวัน รายสัปดาห์
รายเดือน และรายปี ก็จะยิ่งทำให้การใช้เวลาในการทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น