วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2555

จงทำงานให้มีความสุข


จงทำงานให้มีความสุข

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


งานคือชีวิต            ชีวิตคืองานบันดาลสุข

ทำงานให้สนุก        เป็นสุขเมื่อทำงาน(สร้อย)

ชีวิตคือ   ลมหายใจใครก็รู้

ชีวิตคือ   การต่อสู้ควรศึกษา

ชีวิตคือ   กิจการงานตระการตา

ชีวิตคือ   กาลเวลาที่คุ้มครอง

ทำงานเพื่องานบันดาลผล   ทำดีเพื่อดีดีดลผลให้

ทำหน้าที่ เพื่อหน้าที่               อย่างจริงใจ

สร้างไท   ให้กับตัว อย่ากลัวเกรง

                ข้อความข้างต้นนี้ เป็นบทประพันธ์ของหลวงพ่อพุทธทาสที่มีความหมายเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาภายหลัง มีคนนำมาใส่ทำนองจึงออกมาเป็นบทเพลง ซึ่งเป็นบทเพลงที่ให้กำลังใจเป็นอย่างดีสำหรับคนที่อยู่ในวัยของการทำงาน

                แต่สำหรับคนทำงานเป็นจำนวนมาก มักมีปัญหาเรื่องของการทำงาน กล่าวคือ เมื่อทำงานไปนานๆ มักเกิดอาการเบื่อหน่ายงาน ไม่มีความสุขจากการทำงาน ก็เนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น มีปัญหากับเจ้านายเลยทำให้ทำงานไม่สนุก , การคาดหวังผลประโยชน์จากงานแล้วไม่ได้ตามคาดหวังเลยทำให้ท้อแท้ใจ , การมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน , การมีความคิดในแง่ลบตลอดเวลา ฯลฯ

                ซึ่งกระผมเชื่อแน่ว่า หลายท่านที่มีปัญหาในที่ทำงานทุกๆคน จะมีปัจจัยที่แตกต่างกันที่ทำให้ตนเองไม่มีความสุขในการทำงาน หากท่านไม่มีความสุขในการทำงาน ท่านคงต้องพิจารณาถึงสาเหตุแล้วควรไปแก้ไขที่สาเหตุ ท่านไม่ควรใช้วิธีการของบุคคลอื่นเพื่อนำวิธีการของเขามาแก้ไขปัญหาของท่าน เพราะจะทำให้ท่านแก้ไขปัญหาไม่ถูกที่

                หลายคนมักถามผมว่า ทำอย่างไรถึงจะทำงานให้มีความสุข ซึ่งกระผมมักตอบว่า เราสามารถทำงานให้มีความสุขได้โดยเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อนเป็นอันดับแรก ในการแล่นเรือในทะเล หากพวกเราสังเกตจะพบว่า คนที่บังคับเรือ เขาไม่สามารถปรับทิศทางลมได้ แต่เขาสามารถปรับหางเสือเรือได้ เหมือนกันในการทำงานเราไม่สามารถปรับสภาพแวดล้อม เราไม่สามารถเลือกเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานได้ แต่เราสามารถปรับตัวของเราเองได้ ซึ่งหลักในการปรับตัวเพื่อให้มีความสุขมีดังนี้

                1.ท่านต้องสร้างทัศนคติที่ดีในการทำงานตลอดเวลา โดยเฉพาะการคิดในแง่บวก เพราะการคิดในแง่บวกจะทำให้ท่านมองโลกในแง่ดี แต่การคิดในแง่ลบ มักจะทำให้ท่านมองโลกในแง่ร้าย ท่านจะเกิดความคิดในเชิง โกรธ อิจฉา อยากที่จะทำลาย มากกว่าที่จะสร้างสรรค์งานใหม่ๆออกมา ทัศนคติของเรา ความคิดของเราจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด เช่น หลายคนเห็นน้ำหมดไปครึ่งแก้ว แต่บางคนบอกว่าเหลืออีกตั้งครึ่งแก้ว

                2.ท่านต้องสร้างมิตรมากกว่าสร้างศัตรูในที่ทำงาน สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า “ มีเพื่อน 100 คนยังน้อยไปมีศัตรูคนเดียวมากเกินไปแล้ว ” ดังนั้นหากเพื่อนร่วมงาน ทำอะไรไม่ถูกใจเราหรือทำอะไรให้เราไม่สบายใจ หนักนิดเบาหน่อยก็ควรให้อภัยซึ่งกันและกัน การอภัยนั้น  ทำได้ยากก็จริงอยู่ แต่การอภัยจะทำให้เราเกิดความสบายใจและมีมิตรมากกว่าศัตรูอย่างแน่นอน อีกทั้งการเลือกคบเพื่อนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราเกิดความสุขในที่ทำงานและประสบความสำเร็จในที่ทำงาน บางคนฆ่าตัวตายก็เนื่องมาจากเพื่อนให้คำปรึกษาที่ไม่ดี ไม่คอยเป็นกำลังใจให้ ไม่รับฟังปัญหา แต่คนที่เลือกคบเพื่อนที่ดีก็มักจะแก้ปัญหาและหาทางออกได้ดีกว่า

                3. ท่านไม่ได้ทำงานเพื่องาน แต่ท่านทำงานเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง หากท่านทำงานเพื่องานท่านจะเกิดความสบายใจไม่เกิดอาการกดดัน แต่หากท่านมีความต้องการผลประโยชน์ส่วนตนแฝงท่านก็จะเกิดความเครียดหากว่าไม่ได้สิ่งเหล่านั้น เช่น ท่านทำงานเพื่อหวังตำแหน่ง หวังเงินเดือน โบนัสเพิ่ม แต่หากท่านไม่ได้ตามสิ่งที่หวัง ท่านก็จะไม่มีความสุขในการทำงาน แต่ในทางกลับกัน หากท่านทำงานเพื่อผู้อื่น ท่านก็จะได้รับความสุขในการทำงานมากขึ้น หากท่านเป็นนางพยาบาล มีผู้ป่วยมารักษา ท่านมีความคิดในการช่วยเหลือ อีกทั้งต้องการรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรค ท่านจะบริการด้วยความสุขใจที่ท่านได้ทำงานนี้

                4.ท่านต้องรักงานที่ท่านทำ การเลือกงานที่ท่านรักจะทำให้ท่านมีความสนุกในการทำงานมากกว่า การทำงานในสิ่งที่ท่านไม่รัก การรักงานที่ทำจะทำให้ท่านทำงานได้นานกว่าการทำงานตามปกติ หากท่านมีโอกาสเลือกงานได้ ท่านจงเลือกงานที่ท่านรัก แต่หากเลือกไม่ได้จริงๆ ก็ขอให้ท่านปรับความคิดเสียใหม่ คือ จงรักในงานที่ท่านทำ

                ท้ายนี้กระผมขอฝากแง่คิดไว้ว่า  ชั่วชีวิตของคนเราส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาในการทำงานมากกว่าใช้เวลากับสิ่งต่างๆ กล่าวคือ มากกว่าเวลาที่จะอยู่กับครอบครัว มากกว่าเวลากิน มากกว่าเวลานอน ดังนั้น หากว่าท่านไม่มีความสุขในการทำงาน ชีวิตของท่านก็จะเกิดความทุกข์ ฉะนั้นหากว่าท่านอยากมีความสุขในการทำงาน กระผมจึงอยากให้ท่านปรับทัศนคติเสียใหม่ , จงสร้างมิตรในที่ทำงานมากกว่าการสร้างศัตรู , จงทำงานเพื่อผลประโยชน์ของผู้อื่นและจงเลือกทำงานในงานที่ท่านรัก ท่านก็จะเกิดความสุขในการทำงานได้อย่างแน่นอน

วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555

15 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จในการทำงาน


15 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จในการทำงาน

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


          1.จงมีเป้าหมายในการทำงานหรือการประกอบธุรกิจ

            2.จงวางแผนการทำงานทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว

            3.จงแสวงหาข้อมูลต่างๆในการทำงาน เช่น ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลคู่แข่งขัน ข้อมูลสินค้าต่างๆ เป็นต้น

            4.จงลงมือปฏิบัติตามแผนที่ได้วางเอาไว้

            5.จงพัฒนาปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นอยู่เสมอ

            6.จงรู้จักบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพ

            7.จงพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เช่นการไปอบรม การอ่านหนังสือ การฟังวิชาการต่างๆ

            8.จงให้กำลังใจในการทำงานกับทีมงาน ยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่นอยู่เสมอ

            9.จงอย่าได้กลัวความล้มเหลวชั่วคราว

            10.จงมีความอดทน หนักแน่นในการทำงาน

            11.จงมีความรับผิดชอบในภาระหน้าที่ในการทำงานของตนเอง

            12.จงอย่าหยุดนิ่งอยู่กับที่ เนื่องจากโลกยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

            13.จงอย่าเลิกล้มกลางคัน

            14.จงมีมนุษย์สัมพันธ์กับผู้อื่น

            15.จงรู้จักตนเองและรู้จักผู้อื่นให้มากๆ

5 ร.พาให้รุ่งในการทำงาน


5 ร.พาให้รุ่งในการทำงาน

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


            มีหลายคนพยายามพูดถึงการทำงานอย่างไรให้เจริญก้าวหน้าในที่ทำงาน ซึ่งคำตอบที่ได้มักมีความคล้ายคลึงกัน ในบทความนี้กระผมจึงอยากนำเสนอเรื่อง “ 5 ร.พาให้รุ่งในการทำงาน” ดังนี้

            1.เรียนรู้ รอบรู้ คนที่จะประสบความสำเร็จในการทำงาน คนๆนั้นจะต้องเป็นนักเรียนรู้ อีกทั้งต้องเป็นคนที่มีความรอบรู้ในสายงานอาชีพของตนเอง ดังเราจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานมักจะนำตัวเองไปอบรมในหลักสูตรต่างๆ หรือ การอ่านหนังสือต่างๆ ในแวดวงของตนเองอยู่เสมอ

            2.ริเริ่ม สร้างสรรค์ คนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพมักจะเป็นคนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆอยู่เสมอ ดังตัวอย่างเช่น สตีฟ จอบส์ เขามักจะให้บริษัทของเขาออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เสมอ ฉะนั้น หากเราสังเกตก็จะพบได้ว่า หากใครที่คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอก็จะประสบความสำเร็จมากกว่าบุคคลที่เลียนแบบคนอื่นหรือทำเหมือนกับคนอื่นๆ

            3.รวดเร็ว ทันใจ คนที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ทันสมัย ทันเหตุการณ์ แต่ตรงกันข้ามบุคคลที่ทำงานไม่เก่ง มักทำอะไร เชื่องช้า ไม่ทันใจ เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงลูกค้าที่มาใช้บริการ

            4.ร่วมมือ สามัคคี คนที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่ให้ความร่วมมือในการทำงาน อีกทั้งเป็นคนที่ประสานงานเก่ง ไม่สร้างความแตกแยกในหมู่คณะ แต่ตรงกันข้ามเขามักเป็นคนที่มีภาวะผู้นำที่สูง ในการนำพาองค์กรและคนในองค์กรให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

            5.รับผิดรับชอบ ในงานในหน้าที่ของตนเอง คนที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง เขากล้าที่จะตัดสินใจ และเมื่อตัดสินใจผิดพลาด เขาก็จะยอมรับความผิดพลาดนั้นโดยไม่มีข้อแก้ตัว ที่สำคัญคนที่ประสบความสำเร็จในการทำงานมักเป็นคนที่รักษาคำพูด เขาจะเป็นคนที่มีพลัง มีความเชื่อมั่นสูง

            ดังนั้น หลักการ 5 ร.พาให้รุ่งในการทำงาน จึงเป็นหลักการที่ท่านสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้เพื่อให้ท่านประสบความสำเร็จในหน้าที่ทำงานได้เป็นอย่างดี  

 

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

อย่ายอมแพ้...หากว่ายังไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่


อย่ายอมแพ้...หากว่ายังไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


          “ ตลอดอาชีพนักกีฬาของผม ผมชู้ตลูกกว่า 9,000 ครั้ง ผมเล่นแพ้กว่า 300 นัด ผมต้องชู้ตลูก...ตัดสินแพ้ชนะให้ทีมพลาดถึง 26 ครั้ง ผมผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่ามาตลอดชีวิตและนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผม ประสบความสำเร็จ” เป็นคำพูดที่แฝงไปด้วยแง่คิดของ ไมเคิล จอร์แดน นักบาสเก็ตบอลที่มีชื่อเสียงระดับโลก

            คนส่วนใหญ่มักเห็นแต่ตอนที่เขาประสบความสำเร็จแล้ว แต่มีน้อยคนนักที่จะทราบเบื้องหลังของความสำเร็จซึ่งเขาต้องพบกับอุปสรรค พบกับความยากลำบากและพบกับความล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน ในอดีตเขาถูกคัดตัวออกจากการเป็นนักบาสเก็ตบอลในทีมของมหาวิทยาลัยที่เขาเรียน อีกทั้งเขาเคยยิงลูกพลาดในการเล่นบอสเก็ตบอลนัดสำคัญๆ บางนัดเขาชู้ตลูกสุดท้ายซึ่งเป็นลูกที่ตัดสินว่าจะแพ้ชนะในเกมส์การแข่งขันพลาด          แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ยอมแพ้กับความล้มเหลวเพียงแค่ชั่วคราว เขาเดินหน้าสู้ต่อ ด้วยการลงมือฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ โดยเขาฝึกยิงลูกบาสเก็ตบอลทุกๆวัน วันละเป็นร้อยๆครั้ง พันๆครั้ง และถ้าลูกไหนที่เขายิงพลาดเขาจะทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุ แล้วทำการแก้ไขให้ดีขึ้น

            จนในที่สุด เขาเป็นนักบาสเก็ตที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหรัฐและในโลก จนได้รับเงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง รางวัลต่างๆอีกเป็นจำนวนมาก เขามีผลงานต่างๆมากมายและที่สำคัญเขานำพาทีมชาติสหรัฐคว้าชัยชนะเหรียญทองโอลิมปิกถึง 2 สมัย

            โทมัส เอลวา แอนดิสัน ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้เพราะการที่เขาทำงานอย่างเต็มที่ หลอดไฟฟ้าดวงแรกจึงเกิดขึ้น เขาต้องล้มเหลว เขาต้องลองผิดลองถูกนับเป็น 1,000 ครั้ง ครั้งหนึ่งมีคนเคยถามเขาว่า “ อัจฉริยะ” คืออะไร เขาตอบกลับว่า อัจฉริยะ เกิดจากพรสวรรค์แค่ 1 เปอร์เซ็นต์ อีก 99 เปอร์เซ็นต์เกิดจากการทำงานอย่างหนัก

            อัลเบิร์ท ไอน์สไตน์ กว่าที่เขาจะคิดค้นทฤษฏีสัมพันธภาพได้ เขาต้องใช้เวลาคิดอยู่นานหลายปี เขาพบกับความผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่ จนในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในการคิดทฤษฏีและเป็นต้นกำเนิดในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ในเวลาต่อมา

          ผู้พันแซนเดอร์หรือผู้พัน KFC ในอดีตเปลี่ยนงานอยู่หลายงานและไม่ประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน จนกระทั่งเกษียณอายุ 60 ปี เขาเริ่มเปิดกิจการขายไก่ทอดเคนตั๊กกี้ ต่อมาเขาอยากให้คนทั่วสหรัฐอเมริกาได้กินไก่ทอดสูตรของเขา เขาจึงได้เสนอขายสูตรไก่ทอดแก่นักธุรกิจเป็นพันๆ ราย เขาพบกับความล้มเหลวและถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งนักธุรกิจคนที่ 1,009 ตอบรับการซื้อ

            เจ้าสัวเทียม โชควัฒนาและเจ้าสัวชาตรี โสภณพานิช ก็เช่นกัน กว่าจะได้เป็นนักธุรกิจระดับประเทศ เขาต้องผ่านความยากลำบากต่างๆมาอย่างมากมาย เริ่มต้นจากศูนย์จนกระทั่งปัจจุบัน กิจการที่เขาสร้างมีมูลค่านับเป็นหมื่นล้าน แสนล้าน

            บุคคลเหล่านี้ เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จอยู่ในระดับสูง เขาเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ในการทำงาน เขาจะทำงานอย่างเต็มความสามารถ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าหากเขายอมแพ้ เขาก็จะไม่มีชื่อเสียงปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ของโลก หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ท่านจึงไม่ควรยอมแพ้กับความล้มเหลวชั่วคราว จงกล้าที่จะล้มเหลวบ่อยๆ ถ้าหากว่าท่านต้องการประสบความสำเร็จ

การทำงานอย่างไรให้มีความสุข

ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยายหัวข้อ " การทำงานอย่างไรให้มีความสุข" แก่ฝ่ายงานบุคคลของโรงงานต่างๆ ของจังหวัดสมุทรสาคร โดยบรรยาย ณ โรงพยาบาลสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2555



วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การบริหารเวลา : หลักการใช้เวลาที่ดี


การบริหารเวลา : หลักการใช้เวลาที่ดี
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                คนเราในโลกนี้มีเวลาเท่ากัน เพียงแต่คนที่ประสบความสำเร็จเขามีหลักการใช้เวลาที่แตกต่างจากคนธรรมดาโดยทั่วไป เขาถึงได้ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน ครอบครัว สังคม คุณเองก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ถ้าหากว่าคุณมีหลักการใช้เวลาที่ดี ซึ่งในที่นี้กระผมขอยกตัวอย่างหลักการบริหารเวลาที่ดีของ อาจารย์ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ มีดังนี้
                1.จัดงานตามลำดับความสำคัญก่อนหลัง (ถ้าเราจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังแล้วเราควรทำงานที่สำคัญที่สุดก่อนเป็นลำดับแรกแล้วไล่ไปยังงานที่มีความสำคัญน้อยลงไป)
                2.ให้ทำงานทีละอย่าง (การทำงานโดยเฉพาะงานที่สำคัญทีละอย่างจะทำให้คุณเกิดสมาธิในการทำงานมากกว่าการทำงานที่สำคัญทีละหลายๆอย่างพร้อมกัน)
                3.พักผ่อนโดยการเปลี่ยนงานชั่วขณะ(เมื่อเรานั่งทำงานเป็นเวลานานๆ เราก็ควรเปลี่ยนงานโดยการไปชงกาแฟ การรดน้ำต้นไม้ เป็นต้น)
                4.รู้จักมอบหมายงานให้คนอื่นช่วยทำ(งานบางอย่างไม่มีความสำคัญ เราก็ควรมอบหมายงานที่คนอื่นเขาทำได้ให้เขาไปทำ เช่น การไปจ่ายค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา การรับโทรศัพท์ การช่วยพิมพ์งาน การช่วยหาเอกสารต่างๆ ฯลฯ
                5.อย่าดินพอกหางหมู กล่าวคืออย่าเก็บงานที่ทำได้ในวันนี้แล้วเก็บไว้ทำในวันพรุ่งนี้หรือวันข้างหน้า
                6.ฝึกนิสัยให้เป็นคนตรงต่อเวลาโดยเฉพาะการนัดหมาย (ข้อนี้คนไทยโดยส่วนใหญ่มักมีปัญหา ชอบไปงานสาย จึงทำให้การประชุมบางแห่ง ถูกเลื่อนเวลาออกไป)
                7.รู้จักใช้อุปกรณ์ช่วยทำงาน(ยุคสมัยนี้เทคโนโลยีทันสมัยมากๆ การนำเอา คอมพิวเตอร์ Ipad และเทคโนโลยีอื่นๆ มาช่วยงานจะทำให้เกิดการประหยัดเวลา อีกทั้งทำให้งานมีคุณภาพมากขึ้นด้วย)
                นี่คือคำแนะนำของท่านอาจารย์ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ ซึ่งกระผมขออนุญาตนำมาเขียนและเขียนรายละเอียดเพิ่มเติมให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน
               

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แนวความคิดในการบริหารเวลา

แนวความคิดในการบริหารเวลา
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                ปัญหาของคนส่วนใหญ่ในเรื่องของการบริหารเวลาหรือการใช้เวลาไม่มีประสิทธิภาพก็คือ การไม่รู้จักจัดลำดับความสำคัญของงาน , การเสียเวลากับการรอคอย ,  การผัดวันประกันพรุ่ง , การไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน , การขาดวินัย , การไม่ได้มีการวางแผน ฯลฯ
                ซึ่งเหตุผลต่างๆ ข้างต้นคือ สาเหตุที่ทำให้เราบริหารเวลาได้ไม่ดีพอ แล้วถามว่าเวลาสามารถบริหารได้หรือไม่ ตามความคิดเห็นของกระผม เวลาเป็นทรัพยากรที่สำคัญประเภทหนึ่ง กระผมคิดว่าเวลาก็เหมือนกับทรัพยากรอื่นๆ เช่น ที่ดิน คน เงิน สิ่งของ วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ฯลฯ ถ้าทรัพยากรต่างๆ เราสามารถบริหารได้ ทำไมทรัพยากรเวลา เราจะบริหารไม่ได้
                แต่ทรัพยากรด้านเวลามีความแตกต่างจากทรัพยากรโดยทั่วไปกล่าวคือ ทรัพยากรเวลา ไม่สามารถสะสมหรือทดแทนกันได้ เป็นทรัพยากรที่คนเราทุกๆคน มีอย่างเท่าเทียมกัน ไม่สามารถหยิบยืมหรือขอซื้อกัน ดังนั้นเมื่อคนเรามีเวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมงต่อวัน แต่คนที่ประสบความสำเร็จเขามักใช้เวลาที่มีเท่าเทียมกันได้อย่างคุ้มค่ากว่าคนโดยทั่วไป
                หากว่าเรามีทรัพยากรเวลาที่มีจำกัด เราจะทำอะไร เราจะสามารถใช้ทรัพยากรเวลาให้เกิดความคุ้มค่ากับตัวเราได้มากน้อยขนาดไหน สำหรับคนเราโดยส่วนใหญ่มักจะเสียเวลาหรือเวลาถูกแบ่งไปดังนี้ เวลาทำงานประมาณ 8 ชั่วโมง เวลานอนประมาณ 8 ชั่วโมงและเวลาส่วนตัวประมาณ 8 ชั่วโมง นี่คือภาพรวมของการใช้เวลาของคนส่วนใหญ่ในโลกนี้
                หากเราต้องการเวลาทำงานมากขึ้น เราก็ควรลดเวลาในช่วงอื่นลง เช่น ท่านอาจจะต้องลดหรือเพิ่มหรือยืดหยุ่นเวลานอนและเวลาส่วนตัวลง เนื่องจากการหลับโดยเฉลี่ยแล้วคนเรานอนโดยประมาณ 8 ชั่วโมง แต่ทางการแพทย์ได้มีการวิจัยมาแล้วว่า คนเราทุกๆคนมีความต้องการหลับมากน้อยไม่เท่ากัน เพราะบางคนอาจต้องการนอนหลับมากกว่าหรือน้อยกว่า 8 ชั่วโมงก็ได้ เช่น
โทมัส เอดิสัน นักประดิษฐ์เอกของโลกตามประวัติใช้เวลานอนเพียงคืนละ 4 ชั่วโมง แต่จะหาโอกาสงีบหลับครั้งละ 5 -10 นาทีในระหว่างทำงาน บางคนก็อาจจะนอนหลับวันละ 9-10 ชั่วโมง หากว่านอน 8 ชั่วโมงแล้วยังรู้สึกง่วงซึมหรือบางคนสุขภาพแย่ร่างกายก็ต้องการนอนพักผ่อนมากกว่า 8 ชั่วโมงเป็นต้น
                ฉะนั้น หากท่านต้องการทราบว่าท่านความต้องการในการนอนของท่านต้องการนอนวันละกี่โมง ท่านคงจะต้องใช้วิธีการทดลอง ด้วยการกำหนดระยะเวลาของการนอนที่แตกต่างกันออกไปแต่ละช่วง เช่นกำหนด 5 ชั่วโมง 6 ชั่วโมง 7 ชั่วโมง 8 ชั่วโมง 9 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง หากว่าท่านนอนเพียงแค่ 5 ชั่วโมงแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า นั้นแสดงว่าช่วงเวลานอนของท่านนอนแค่ 5 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว
                ดังนั้น ขอให้คุณจงบริหารเวลา ก่อนที่เวลาจะมากำหนดชีวิตหรือบริหารตัวคุณ

การบริหารเวลากับเส้นตาย

การบริหารเวลากับเส้นตาย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                กฎของพาร์คินสัน คิดโดยศาสตราจารย์พาร์คินสัน มีอยู่ทั้งหมดด้วยกัน 10 ข้อ แต่ในที่นี้กระผมขอกล่าวเฉพาะข้อที่ 1 ซึ่งมีหลักการที่สามารถนำมาใช้เกี่ยวกับเรื่องการบริหารเวลาได้เป็นอย่างดี คือ “ งานย่อมยืดออกไปจนกว่าจะครบเวลาที่จะส่งงานหรือเพื่อให้งานเสร็จ”
                ดังตัวอย่างที่ศาสตราจารย์พาร์คินสันได้ยกตัวอย่างเอาไว้ดังนี้ คนที่ยุ่งที่สุดคือคนที่มีเวลาเหลือดังนั้น หญิงชราที่มีเวลาว่างอาจจะใช้เวลาทั้งวันในการเขียนจดหมายถึงหลานสาว เธออาจจะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงค้นหาไปรษณียบัตร หนึ่งชั่วโมงค้นหาแว่นตา ครึ่งชั่วโมงค้นหาที่อยู่ อีกหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาทีเป็นเวลาเขียนข้อความ และใช้เวลาอีกยี่สิบนาทีตกลงใจว่าเมื่อออกจากบ้านไปทิ้งจดหมายที่ตู้ไปรษณีย์ที่ถนนถัดไป จะนำร่มไปด้วยหรือไม่ ในความพยายามทั้งหมดนี้ ถ้าเป็นคนที่มีภาระมากเขาอาจจะใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น
                คนเราส่วนใหญ่เมื่อมีงานที่จะต้องทำส่งกำหนดภายในอีก 5 เดือน เรามักจะไม่ค่อยอยากที่จะทำโดยทันที แต่เราจะเอาไว้ทำตอนใกล้จะครบกำหนดการส่งมอบงาน ดังนั้น ศาสตราจารย์พาร์คินสันจึงได้ออกกฏออกมาว่า ถ้ากำหนดให้งานเสร็จหรือมอบงานให้น้อยลง คุณย่อมที่จะทำมันให้เสร็จเร็วขึ้น
                จากกฎของพาร์คินสัน หากว่าพวกเราพิจารณาก็คงเห็นว่าเป็นความจริงมากเลยทีเดียว ดังนั้นหากว่าคุณได้รับมอบหมายให้ส่งงานภายในกำหนด 5 เดือน คุณก็ควรเขียนเส้นตายให้กับตัวคุณเองว่า เราต้องทำให้เสร็จภายใน  4 เดือน หากคุณกำหนดเส้นตายให้กับตัวเอง คุณก็จะมีแรงกดดันเพื่อที่จะให้งานนั้นเสร็จได้เร็วยิ่งขึ้น
                การกำหนดเส้นตายจะช่วยให้คุณเกิดประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีและรวดเร็วขึ้น ตรงกันข้ามหากคุณไม่มีการกำหนดเส้นตายเลย คุณก็จะปล่อยให้งานนั้นบานปลายทำงานไม่เสร็จสิ้น อีกทั้งเมื่อถึงเวลาที่จะส่งมอบงาน คุณจะต้องทำงานจนหามรุ่งหามค่ำแทบจะไม่ได้หลับนอน ฉะนั้นการกำหนดเส้นตายจึงเป็นการเพิ่มแรงจูงใจในการทำงานที่ดีวิธีหนึ่ง
                ดังนั้น หากว่าคุณต้องการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ คุณจำเป็นต้องกำหนดเส้นตาย อีกทั้งจงเคารพและมีวินัยในเส้นตายที่คุณกำหนด เพราะถ้าหากว่าคุณยืดหยุ่นเส้นตายออกไปเรื่อยๆ การบริหารเวลาของคุณก็จะไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล